ผมเคยพูดถึงว่าในการให้บริการการดูแลรักษาผู้ป่วยของเรานั้น เพีงแค่มาตรฐานการดูแลรักษายังไม่เพียงพอ ต้องใส่ใจลงไปด้วย คือ ทั้งเห็นใจ เข้าใจและใส่ใจ ในการดูแลรักษา วันนี้ได้มีโอกาสมารับรางวัลสถานบริการดีเด่นระดับเขตปี 2554 ของสปสช. ในงานประชุมมหกรรมมิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วยเพื่อน บริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ และรำลึกสามปีที่จากไปของนพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ทำให้เห็นว่าสิ่งที่ผมคิดนั้นมีรูปธรรมที่สามารถนำมาดำเนินการได้และยังได้การมีส่วนร่วมของชุมชนอีกด้วย
ในงานประชุมดำเนินการได้ดีมากและสร้างความประทับใจและแรงบันดาลใจ เริ่มเปิดด้วยการเป่าขลุ่ย โดยอาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ที่ไพเราะมากและการอ่านบทกวีโดย อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ที่พูดถึงการดูแลรักษาที่ต้องการหัวใจของความเป็นมนุษย์ ตามด้วยการร้องเพลงประสานเสียงพร้อมจินตลีลา เพลงแสงดาวแห่งศรัทธา และให้ชมวิดีทัศน์ มิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วนเพื่อน บริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ จึงถึงการกล่าวรายงานโดยเลขาธิการ สปสช. และกล่าวเปิดพร้อมบรรยายโดยอาจารย์ประเวศ วะสี ตามด้วยปาฐกถาเกียรติยศโดยอาจารย์อมร นนทสุต และการแจกรางวัลมิตรภาพบำบัดดีเด่นนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ประจำปี 2553 มี 4 ประเภท คือ ประเภทผู้ป่วยอาสาสมัครมิตรภาพบำบัดดีเด่น มี 2 ท่าน คือคุณกิตชัย กิตติคุณ ที่เป็นอัมพาตจากอุบัติเหตุ ต้องนั่งรถเข็นและมือก็ใช้การได้ไม่ดีนัก แต่เป็นผู้ที่แนะนำการดูแลตนเองให้ผู้ป่วยอัมพาต ที่รพ. ฉะเชิงเทรา คุณกิตชัยใช้คำว่าคนเป็นอัมพาตด้วยกันพูดกันได้เข้าใจกว่า มีวิดีทัศน์ให้เห็นการไปเยี่ยมให้กำลังใจและแนะนำผู้ป่วย อีกท่านคือคุณธงชัย นิลน้ำเพชร ที่เป็นผู้ป่วยผ่าตัดกล่องเสียงมา 20 กว่าปี ได้สอนให้ผู้ป่วยด้วยกันให้พูดได้มาโดยตลอด ประเภทที่ 2 คือ เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการงานมิตรภาพบำบัดดีเด่น คือพยาบาลคุณศิริมา โคตตาแสง ศูนย์สุขภาพชุมชนหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธ์ ที่ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ประเภทที่ 3 หน่วยงาน/องค์กร และทีมงานมิตรภาพบำบัดดีเด่น คือศูนย์มะเร็ง อุบลราชธานี และประเภทสื่อสนับสนุนงานมิตรภาพบำบัดดีเด่น คือทีมงานบ้านร่มเย็น โรงพยาบาลมหาสารคาม โดยนพ.สุชาติ ทองแป้น ที่นำดนตรีการแสดงพื้นบ้านหมอลำ มาใช้ในการแนะนำให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์และการดูแลสุขภาพ โดยคุณหมอแต่งตัวเป็นหมอลำและมาแสดงร้องให้ฟังด้วย สร้างความประทับใจและแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ดีมาก ผมตั้งใจว่าจะนำข้อมูลมาถ่ายทอดให้พวกเราในรายละเอียดอีกครั้งและจะได้นำมาดำเนินการในรพ.สุไหงโกลก ที่เรามีกลุ่มชมรมอยู่แล้ว เช่น กลุ่มบังสูรย์ กลุ่มรักษ์สุขภาพเบาหวาน ชมรมผู้สูงอายุ มาพัฒนาต่อยอดตามแนวมิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วยเพื่อน รวมถึงกลุ่มโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง อัมพาต ไตวายเรื้อรัง เป็นต้น
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554
ยาที่สั่งจ่ายมากที่สุดในอเมริกา
ในปีที่ผ่านมายาที่สั่งจ่ายมากที่สุดในอเมริกา 10 อันดับ โดยนับจากจำนวนใบสั่งยา คือ 1 Hydrocodone (combined with acetaminophen) -- 131.2 million prescriptions ไม่รู้ว่าปวดอะไรมากมาย 2 Generic Zocor (simvastatin), 94.1 million prescriptions เห็นไหมว่าในอเมริกายังใช้ simvastatin และเป็นgeneric ด้วย 3 Lisinopril ยาลดความดันกลุ่ม ACEI 87.4 million prescriptions 4 levothyroxine sodium, synthetic thyroid hormone -- 70.5 million prescriptions น่าแปลกใจ ทำไมใช้ทัยรอยด์ฮอร์โมนมาก?? 5 Generic Norvasc (amlodipine besylate), an angina/blood pressure drug -- 57.2 million prescriptions ยาความดันอีกตัวที่นิยมในอเมริกา แต่เป็นgenericนะครับ 6 omeprazole 53.4 million prescriptions 7 Azithromycin 52.6 million prescriptions 8 Amoxicillin 52.3 million prescriptions. 9 Generic Glucophage (metformin) 48.3 million prescriptions ยาเบาหวาน จากการศึกษาผลน่าจะดีกว่ากลุ่ม glibenclamide glipizide.แต่เวลาใช้มีผลข้างเคียงมากกว่า 10 Hydrochlorothiazide- 47.8 million prescriptions.ใครว่าในอเมริกาใช้ยา original ยาเก่าอย่าง HCTZ ยังติดอันดับ10
ส่วนยา original ที่ขายดี 10 อันดับ 1 Lipitor, 2 Nexium, 3 Plavix, 4 Advair Diskus,ยาหอบหืดพ่น 5 abilify ยาจิตเวช 6 Seroquel, ยาจิตเวช 7 Singulair,ยาหอบหืด 8 Crestor, ยาลดไขมัน 9 Actos,ยาเบาหวาน 10 Epogen,ยาฉีด erythropoietin โดยนับจากมูลค่ายาเป็นหลัก เพราะยาแต่ละตัวราคาสูงมาก ฝากให้ดูสำหรับแพทย์เป็นแง่คิด
ส่วนยา original ที่ขายดี 10 อันดับ 1 Lipitor, 2 Nexium, 3 Plavix, 4 Advair Diskus,ยาหอบหืดพ่น 5 abilify ยาจิตเวช 6 Seroquel, ยาจิตเวช 7 Singulair,ยาหอบหืด 8 Crestor, ยาลดไขมัน 9 Actos,ยาเบาหวาน 10 Epogen,ยาฉีด erythropoietin โดยนับจากมูลค่ายาเป็นหลัก เพราะยาแต่ละตัวราคาสูงมาก ฝากให้ดูสำหรับแพทย์เป็นแง่คิด
วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2554
Lasix continuous VS bolus infusion and low and high dose น่าสนใจมาก
ข้อมูลน่าสนใจมาก เป็นการศึกษาวิจัย ตีพิมพ์ใน NEJM 3 march เพื่อศึกษาการใช้ยาขับปัสสาวะ furosemide หรือ lasix ในผป CHF. เปรียบเทียบระหว่าง การให้โดย continuous infusion กับ bolus infusion และ low dose กับ high dose ว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ เป็นการศึกษาที่ใหญ่ผป 300 กว่าคน และเป็น RCT trial
ผลพบว่า การให้ continuous infusion กับ bolus infusion ไม่แตกต่างกัน เมื่อประเมินจากอาการผป อัตราตาย และการเกิดผลข้างเคียงคือไตวายก็ไม่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้แย้งกับข้ออ้างที่เราใช้การให้drip ว่าทำให้ปัสสาวะออกมากกว่า ไตวายน้อยกว่า แต่ทำให้มีภาระการทำงานที่มากกว่า การให้furosemide v เดิมใช้ bolus infusion แต่ช่วงหลังมีการแนะนำโดยมีการศึกษาเล็กๆ และไม่ใช่ RCT trial ผู้วิจัยอธิบายว่าที่ได้ผลไม่ต่างกัน ในการศึกษานี้เพราะในผป ที่ฉีดให้เลยนั้น ยังมีการให้ infusion placebo ด้วยทำให้ผู้ป่วยต้องนอนหงาย ซึ่งท่านี้ทำให้ปัสสาวะออกดีกว่า จากข้อมูลนี้การนำไปใช้ก็ให้เป็นการฉีดเลย และกระตุ้นให้ผป นอนหงายด้วย ทำให้ลดแรงงานการให้ ลดการใช้ infusion pump ลง
ส่วนlow and high dose นิยามว่า low = dose ที่ผป ได้ที่OPD high dose ให้เพิ่มไป 2.5 เท่า ผลพบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม high dose อาการดีขึ้นเร็วกว่า และปริมาณปัสสาวะออกมากกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการ โดยการทำงานของไตไม่แย่ลง
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า สิ่งที่ปฏิบัติกันหากยังไม่ได้พิสูจน์อย่างดี ก็อย่าไปยึดติด การศึกษาติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ เภสัชหรือพยาบาลต้องติดตามอย่างสม่ำเสมอ ไม่เช่นนั้นถึงจะเป็นระดับไหนก็เชยได้เหมือนกัน
ผลพบว่า การให้ continuous infusion กับ bolus infusion ไม่แตกต่างกัน เมื่อประเมินจากอาการผป อัตราตาย และการเกิดผลข้างเคียงคือไตวายก็ไม่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้แย้งกับข้ออ้างที่เราใช้การให้drip ว่าทำให้ปัสสาวะออกมากกว่า ไตวายน้อยกว่า แต่ทำให้มีภาระการทำงานที่มากกว่า การให้furosemide v เดิมใช้ bolus infusion แต่ช่วงหลังมีการแนะนำโดยมีการศึกษาเล็กๆ และไม่ใช่ RCT trial ผู้วิจัยอธิบายว่าที่ได้ผลไม่ต่างกัน ในการศึกษานี้เพราะในผป ที่ฉีดให้เลยนั้น ยังมีการให้ infusion placebo ด้วยทำให้ผู้ป่วยต้องนอนหงาย ซึ่งท่านี้ทำให้ปัสสาวะออกดีกว่า จากข้อมูลนี้การนำไปใช้ก็ให้เป็นการฉีดเลย และกระตุ้นให้ผป นอนหงายด้วย ทำให้ลดแรงงานการให้ ลดการใช้ infusion pump ลง
ส่วนlow and high dose นิยามว่า low = dose ที่ผป ได้ที่OPD high dose ให้เพิ่มไป 2.5 เท่า ผลพบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม high dose อาการดีขึ้นเร็วกว่า และปริมาณปัสสาวะออกมากกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการ โดยการทำงานของไตไม่แย่ลง
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า สิ่งที่ปฏิบัติกันหากยังไม่ได้พิสูจน์อย่างดี ก็อย่าไปยึดติด การศึกษาติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ เภสัชหรือพยาบาลต้องติดตามอย่างสม่ำเสมอ ไม่เช่นนั้นถึงจะเป็นระดับไหนก็เชยได้เหมือนกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)